ระเบียบวินัย สำหรับนักเรียน

แนวทางปฏิบัติของนักเรียน

๑.      การลา

เมื่อผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องให้เด็กหยุดการเรียน  หรือในกรณีที่นักเรียนเจ็บป่วย  ต้องมีใบลาเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ปกครองแจ้งให้ครูที่ปรึกษาทราบถ้าเป็นใบลาของนักเรียนต้องมีลายเซ็นของผู้ปกครองต่อท้ายใบลา  ลายเซ็นของผู้ปกครองต้องตรงกับที่ได้มาทำการมอบตัวในวันมอบตัวของโรงเรียนหรือถ้าผู้ปกครองได้มาลานักเรียนด้วยตนเองจะเป็นการดีที่สุด  (การเขียนใบลาต้องเขียนให้ถูกต้องตามแบบของใบลาป่วยหรือลากิจ)

๒.      การขาดเรียน

นักเรียนที่ขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลาเกิน  ๓  วัน  โรงเรียนจะส่งใบเตือนถึงผู้ปกครองครั้งที่  ๑  โดยครูที่ปรึกษาจะมีหนังสือเตือน  หากไม่ได้รับการตอบรับภายใน  ๕  วัน  โรงเรียนจะส่งใบเตือนอีกเป็นครั้งที่  ๒   และภายใน  ๕  วัน  หลังจากส่งใบเตือนครั้งที่  ๒  ยังไม่ได้รับการติดต่อโรงเรียนจะคัดชื่อออกจากทะเบียนโรงเรียน  เพราะสาเหตุไม่สนใจเรียนหรือไม่สมัครใจเรียน  (ในการออกหนังสือเตือนครั้งที่  ๒  ทางโรงเรียนจะเป็นผู้ออกเอง)

๓.      การออกนอกบริเวรโรงเรียน

เมื่อนักเรียนเข้ามาบริเวรโรงเรียนแล้ว  นักเรียนจะออกนอกบริเวรโรงเรียนไม่ได้  จนกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน  หากมีเหตุจำเป็นต้องออกนอกบริเวรโรงเรียนจะต้องได้รับอนุญาตจาก  รองผู้อำนวยการฝายปกครอง  หรือหัวหน้าระดับ ในการออกนอกบริเวรโรงเรียนนั้น  นักเรียนจะต้องไปขอใบอนุญาตออกนอกบริเวรโรงเรียน  จากงานส่งเสริมระเบียบวินัยมากรอกข้อความให้สมบูรณ์

๔.      การมาโรงเรียนสาย

เพื่อเป็นการฝึกนักเรียนให้เป็นคนตรงต่อเวลา  เป็นผู้มีความกระตือรือร้น  ไม่เฉื่อยชา  เป็นผู้มีวัฒนธรรมที่ดี  และได้รับการอบรมตักเตือนคำแนะนำ  โรงเรียนจึงได้มีการอบรมนักเรียนในตอนเช้าพร้อมทั้งให้คำแนะนำตักเตือน  ฉะนั้นถ้านักเรียนมาไม่ทันโดยไม่มีเหตุผลอันควร  ครูที่เป็นหัวหน้าเวรประจำวันจะเป็นผู้ลงโทษตามความเหมาะสม  และอาจได้รับโทษไม่เหมือนกันในความผิดเช่นเดียวกันย่อมได้  ทั้งนี้แล้วแต่ดุลพินิจของหัวหน้าครูเวรประจำวัน ๆ นั้น  หากมีความจำเป็นเนื่องจากผู้ปกครองมีธุระใช้อย่างอื่นให้ปฏิบัติดังนี้

ก.       ถ้าผู้ปกครองใช้ไปทำธุระในตอนเช้า  ไม่สามารถจะให้นักเรียนมาทันตามกำหนดเวลาต้องมีหนังสือรับรองของผู้ปกครองไปแสดงต่อหัวหน้าครูเวรประจำวันและครูที่ปรึกษาก่อนเข้าห้องเรียน  หากไม่มีหนังสือรับรองจากผู้ปกครองถือว่า  นักเรียนผู้นั้นสาย

ข.      ในกรณีเหตุผลพิเศษ  เช่น  ฝนตก  รถจักรยานยางแตก  เครื่องรถเสียระหว่างทาง  ครูเวรประจำวัน  ได้ทำการผ่อนผันเป็นเฉพาะรายไป  และอาจจะจดบันทึกไว้เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป  แต่ถ้าปรากฏว่าเป็นการหลอกลวงครู  จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก  ถ้านักเรียนมาสายเกินกว่า  ๘.๑๕  น.  ถือว่ามาโรงเรียนสายจะถูกบันทึกชื่อตัดคะแนน  ๑  คะแนนในแต่ละครั้ง

ค.      ถ้านักเรียนมาสายเกินกว่าเวลา  ๐๘.๓๐  น.  จะถูกตัดคะแนน  ๓  คะแนนในแต่ละครั้ง  (มาสายโดยไม่มีเหตุผล) 

๕.     เครื่องใช้ประจำตัวของนักเรียน

นักเรียนจะต้องใช้เครื่องใช้ประจำตัวซึ่งมีดังต่อไปนี้

๕.๑     เครื่องแบบนักเรียน  นักเรียนจะต้องหาเครื่องแบบนักเรียนที่ถูกต้องตามแบบของโรงเรียน

อย่างน้อย  ๒  ชุด  ในวันแรกของการเปิดเรียน  นักเรียนจะต้องแต่งกายโดยใส่เครื่องแบบนักเรียนที่พร้อมที่จะเข้าเรียนได้ทันที

๕.๒    เครื่องแต่งกายพลศึกษา  นักเรียนจะต้องมีเครื่องแต่งกายสำหรับฝึก  คนละ  ๑  ชุดตามแบบทที่โรงเรียนกำหนด

๕.๓    เครื่องแต่งกายสำหรับกิจกรรมชุมนุมต่างๆ   ที่นักเรียนสังกัดอยู่คนละ  ๑  ชุด  ซึ่งแต่งกายตามระเบียบของแต่ละกิจกรรมที่กำหนดไว้เรียบร้อย

๕.๔    กระเป๋าใส่หนังสือให้ใช้กระเป๋าสะพาย  (เป้)  ของทางโรงเรียน 

๖.     ระเบียบการเข้าแถว

๖.๑    นักเรียนจะต้องรีบเข้าแถวทันทีเมื่อได้ยินสัญญาณกริ่งดัง  ทุกคนต้องรีบเข้าแถวเรียบร้อยพร้อมร้องเพลงชาติ  และสวดมนต์ไหว้พระ  ปฏิญาณตนด้วยความจริงใจ

๖.๒    จะต้องไม่พูดคุย  เล่น  หยอกล้อ  ฯลฯ  ในระหว่างแถว

๖.๓    ไม่ถือสิ่งของใด  ๆ  ติดตัวไปเข้าแถว  (ถ้ามาถึงโรงเรียนเข้าแถวพอดีให้นำกระเป๋าสะพายนักเรียนไปเข้าแถวด้วย)

๖.๔    ขณะเดินเข้าห้องเรียนให้เดินเป็นแถวด้วยความสงบเรียบร้อย  ไม่แตกแถว  ไม่หยอกล้อ  ฯลฯ  ให้เสียระเบียบแถว

๖.๕    ในการขึ้นลงบันได  และเดินบนอาคารเรียนให้เดินด้วยความสงบเรียบร้อยขึ้นลงบันไดทางเดียวและเมื่อนักเรียนจะขึ้นอาคารเรียนทุกครั้ง  จะต้องอดรองเท้าวางไว้ในที่  โรงเรียนจัดไว้ให้เรียบร้อย

๖.๖    ในการเข้าแถวให้หัวหน้าชั้นอยู่หน้าแถว   ถ้าหัวหน้าชั้นไม่มาโรงเรียน  ให้รองหัวหน้าปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าชั้น

๖.๗    ในการเปลี่ยนห้องเรียนระหว่างชั่วโมงเรียน  ให้นักเรียนเดินเป็นแถวเข้าห้องเรียนโดยมิชักช้าและเป็นระเบียบ 

๗.     ระเบียบในห้องเรียน

๗.๑    ผู้ที่ไม่เข้าห้องเรียน  หลีกเลี่ยงการเรียนเมื่อถึงเวลา  ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง  ต้องเชิญผู้ปกครอง

๗.๒    ให้นักเรียนนั่งตามผังที่ครูประจำชั้นกำหนดไว้  จะเปลี่ยนที่นั่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรูไม่ได้

๗.๓    นักเรียนจะต้องรักษาโต๊ะที่นั่งของนักเรียน  ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง  อย่าให้มี  เศษกระดาษหรือสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ภายในห้องเรียน

๗.๔    ห้ามทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดของโรงเรียนเปรอะเปื้อน

๗.๕    ห้ามขีดเขียนกระดานหรือโต๊ะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่นำชอล์ก  ปากกาไวท์บอร์ด ไปเล่น

๗.๖    นักเรียนจะต้องช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียนของตนทุกวัน  เพื่อช่วยเหลือเวรประขำวันที่ตั้งไว้

๗.๗    ห้ามนำวิชาอื่นขึ้นมาทำหรือมาดูโดยครูผู้สอนมาอนุญาต

๗.๘    นักเรียนจะต้องตั้งใจฟังคำอธิบายของครูด้วยอาการเรียบร้อย  ไม่ลุกจากที่นั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

๗.๙    ห้ามหลับในห้องเรียนในขณะที่ครูกำลังสอนหรือในชั่วโมง  ถ้านักเรียนป่วยให้ไปที่ห้องพยาบาล

๗.๑๐  ในขณะที่ครูสอนอยู่ให้ตั้งใจ  สนใจ  จะพูด  จะถามครูหรือแสดงความคิดเห็นจะต้องยกมือก่อนเมื่อได้รับอนุญาตจากครูแล้วจึงดำเนินการต่าง ๆ ได้

๗.๑๑  ห้ามทำเสียงอึกทึกหรือลุกขึ้นยืนหรือเดินพลุกพล่านในห้องโดยพลการ  ห้ามนั่งหรือหันหลังให้ครู

๗.๑๒  ห้ามทำลายโต๊ะหรือม้านั่งหรือขีดเขียนทำให้สกปรกถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

๗.๑๓  ไม่ให้นักเรียนขึ้นห้องเรียนในระหว่างเวลาเช้า  พักกลางวันและตอนเย็นหรือนอกเวลาเรียน

๗.๑๔  การออกจากห้องเรียนเพื่อไปทำธุระส่วนตัว  ให้นักเรียนลาครูประจำวันที่ทำการสอนห้ามนักเรียนออกนอกห้องโดยพลการ

๗.๑๕  ในชั่วโมงแรกของภาคเรียนเช้าหรือบ่าย  ห้ามนักเรียนลาไปดื่มน้ำหรือปัสสาวะ(ยกเว้นกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เช่น  ถ่ายท้อง  ฯลฯ  ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของครูที่กำลังสอนยู่) 

๘.     ระเบียบเรื่องรับประทานอาหาร

๘.๑    นักเรียนจะต้องรับประทานอาหารในเวลา ๑๑.๓๐ น.  ในโรงอาหารที่โรงเรียนจัดให้

๘.๒    นักเรียนจะต้องนั่งรับประทานอาหารอย่างสุภาพ

๘.๓    นักเรียนจะต้องเก็บภาชนะในที่ที่จัดไว้ให้  หลังรับประทานอาหารเสร็จ

๙.     หลักความประพฤติของนักเรียน

๙.๑  นักเรียนพึงรักษามารยาทของอสังคม  และไม่พึงกระทำในสิ่งต่อไปนี้

-  เที่ยวเตร่ในสถานเริงรมย์  ทำความรำคาญให้แก่ผู้ที่สัญจรไปมา

-  ประพฤติตนมาสมควรแก่สภาพหรือวัยของนกเรียน

 ๙.๒  ประพฤติตนกับโรงเรียนบ้านหนองผือด้วยกันดังนี้

                   -  สามัคคีกลมเกลียวไม่แบ่งเขาแบ่งเรา

                   -  คบหาสมาคมกันในฐานะเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน

          -  ช่วยเหลือ  เอื้อเฟื้อ  เผื่อแผ่  ในความกรุณากันตามสมควรแก่กรณี

          -  ยกย่องให้เกียรติแก่เพื่อนนักเรียนด้วยกันทุกคน

          -  เคารพนักเรียนรุ่นพี่หรือผู้อาวุโส  หรือผู้มาอยู่ก่อน

 ๙.๓  ความประพฤติไม่สมควรแก่สภาพนักเรียนคือ

          -  มาโรงเรียนสายเป็นประจำโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น

          -  เสพหรือจำหน่ายยาเสพติด

          -  สูบบุหรี่  เสพสุรา  หรือของมึนเมาต่าง ๆ

          -  เข้าไปในสถานที่จำหน่ายยาเสพติด  สถานการณ์พนัน  โรงจำนำ  หรือสถานหญิงโสเภณี

          -  เล่นการพนันหรือการละเล่นที่มีลักษณะคล้ายการพนัน

          -  ประพฤติตนทำนองชู้สาว

          -  แสดงกิริยาวาจา  หรือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่มาสุภาพ

          -  ก้าวร้าวครู

          -  เที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน

          -  หนี

๙.๔  นักเรียนย่อมเป็นผู้เล่นกีฬาเป็น  ดูกีฬาเป็น  รู้แพ้  รู้ชนะ  รู้อภัย

๙.๕  นักเรียนย่อมต้องเคารพยำเกรงบิดา  มารดา  ครู  และผู้ใหญ่และควรปรึกษาผู้ใหญ่

๙.๖  นักเรียนเมื่อสวมเครื่องแบบอยู่ต้องรักษาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของโรงเรียนอยู่เสมอ

๙.๗  นักเรียนต้องเป็นผู้มีระเบียบวินัยดีงาม  เคารพต่อกฎหมายบ้านเมืองและระเบียบแบบแผนของสังคม

๙.๘  นักเรียนต้องยึดถือคุณธรรมต่อไปนี้

          -  ความซื่อสัตย์

          -  ความกตัญญูกตเวที

          -  ความสามัคคี

๙.๙  นักเรียนคนใดทำทรัพย์สมบัติของโรงเรียนให้เกิดความเสียหายโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามต้องชดใช้ตามราคาของทรัพย์สินนั้น ๆ

๙.๑๐  เกณฑ์คะแนนพฤติกรรมนักเรียน

ข้อ  ๑  นักเรียนทุกคนมีคะแนนเริ่มต้นที่  ๐  ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  และมีคะแนนต่อเนื่องถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  ๖

ข้อ  ๒  กำหนดคุณประโยชน์สิทธิหรือโทษของนักเรียนให้นำคะแนนพฤติกรรมนักเรียนเป็นหลักการพิจารณา

ข้อ  ๓  อำนาจในการตัดหรือเพิ่มคะแนนให้เป็นอำนาจหน้าที่ของครูทุกคน  สามารถส่งข้อมูล  การกระทำผิดระเบียบหรือพฤติกรรมด้านลบรวมถึงคะแนนพฤติกรรมด้านบวกของ  นักเรียนทุกกคนให้กับงานส่งเสริมระเบียบวินัยของโรงเรียน  ครูที่ทำหน้าที่ดูแลคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน  จะได้ดำเนินกรเก็บข้อมูลของนักเรียนทั้งคะแนนพฤติกรรมด้านลบของนักเรียน

ข้อ  ๔  การตัดคะแนนพฤติกรรมด้านลบของนักเรียน

          ๔.๑  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนตั้งแต่  ๑-๑๔  คะแนน  ให้ครูประจำชั้น  เป็นผู้ดูแลว่ากล่าวตักเตือน  หรือแจ้งผู้ปกครองนักเรียนให้ทราบเพื่อช่วยกันดูแล  ปรับปรุงแก้ไข  พฤติกรรมเบื้องต้น

          ๔.๒  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนพฤติกรรมด้านลบ  ตั้งแต่  ๑๕  คะแนนขึ้นไปนักเรียนจะถูกเชิญผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของนักเรียน  โดยนักเรียนจะถูกบันทึกในประวัติ  ป.ค.  ๔  ครั้งที่ ๑  รวมถึงการถูกว่ากล่าวตักเตือนจาก  หัวหน้างานส่งเสริมระเบียบวินัยของโรงเรียน  โดยผู้ปกครองเซ็นชื่อรับทราบพฤติกรรมของนักเรียนเป็นหลักฐาน

          ๔.๓  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านลบตั้งแต่  ๓๐  คะแนนขึ้นไปนักเรียนจะถูกเชิญผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของนักเรียน  โดยนักเรียนจะถูกบันทึกในประวัติ  ป.ค.  ๔  ครั้งที่ ๒  รวมถึงการถูกลงโทษโดยการบันทึกการทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๑  ไว้เป็นหลักฐาน  และให้นักเรียน  ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ในโรงเรียน  รวม  ๕ ชั่วโมงต่อสัปดาห์  หรือเฉลี่ยวันละ  ๑  ชั่วโมงต่อวันโดยให้ครูที่ปรึกษาเป็นผู้ควบคุมดูแล  และรายงานผลการทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์  ให้หัวหน้างานส่งเสริมระเบียบวินัยของโรงเรียนรับทราบต่อไป

                   ๔.๔  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านลบตั้งแต่  ๕๐  คะแนนขึ้นไปนักเรียนจะถูกเชิญผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของนักเรียน  โดยนักเรียนจะถูกบันทึกในประวัติ  ป.ค.  ๔  ครั้งที่  ๓ รวมถึงการถูกลงโทษโดยการบันทึกการทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๒  ไว้เป็นหลักฐาน  และให้นักเรียน  ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ในโรงเรียน เป็นเวลา  ๒  วัน  โดยจะมีคณะกรรมการ  เพื่อควบคุมดูแลภาระงาน   กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ พร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว   ให้หัวหน้างานส่งเสริมระเบียบวินัยของโรงเรียนรับทราบต่อไป

                   ๔.๕  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านลบตั้งแต่  ๖๕  คะแนนขึ้นไปนักเรียนจะถูกเชิญผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของนักเรียน  โดยนักเรียนจะถูกบันทึกในประวัติ  ป.ค.  ๔  ครั้งที่  ๔ รวมถึงการถูกลงโทษโดยการบันทึกการทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๓  ไว้เป็นหลักฐาน  และให้นักเรียน  ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ในโรงเรียน เป็นเวลา  ๓  วัน  โดยจะมีคณะกรรมการ  เพื่อควบคุมดูแลภาระงาน   กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ พร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว   ให้หัวหน้างานส่งเสริมระเบียบวินัยของโรงเรียนรับทราบต่อไปและจะต้องมีการหารือระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียน  เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นตามลำดับ

                   ๔.๖  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านลบตั้งแต่    ๘๐  ขึ้นไป  นักเรียนจะถูกพิจารณาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น  ตามข้อหาหรือระหว่างผูปกครองกับโรงเรียนต่อไป

หมายเหตุ

          ข้อ  ๑  กรณีความผิดร้ายแรงที่เกี่ยวกับยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย  จะต้องมีการควบคุม  ความประพฤติ  หรือส่งต่อภายนอกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อการบำบัด  และรักษาโดยตรง

          ข้อ  ๒  กรณีการกระทำผิดครั้งแรก ระดับคะแนนพฤติกรรมด้านลบตั้งแต่  ๓๐  หรือ  ๕๐  คะแนนขึ้นไป  ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของระดับคะแนนดังกล่าวได้ทันที

          ๖.  การเพิ่มคะแนน  พฤติกรรมด้านบวกของนักเรียน

                   ๖.๑  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านบวกตั้งแต่   ๒๐  คะแนนขึ้นไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน  รองผู้อำนวยการโรงเรียน  หรือครูผู้รับหมอบหมาย          ชมเชยนักเรียนหน้าเสาธง

                   ๖.๒  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านบวกตั้งแต่   ๓๐  คะแนนขึ้นไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน  รองผู้อำนวยการโรงเรียน  หรือครูผู้รับหมอบหมาย          ชมเชยนักเรียนหน้าเสาธง  และทำหนังสือชมเชยถึงผู้ปกครอง

                   ๖.๓  เมื่อนักเรียนถูกตัดคะแนนด้านบวกตั้งแต่   ๓๐  คะแนนขึ้นไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน  รองผู้อำนวยการโรงเรียน  หรือครูผู้รับหมอบหมาย          ชมเชยนักเรียนหน้าเสาธง  และทำหนังสือชมเชยถึงผู้ปกครอง และติดเป็นประกาศของโรงเรียน  หรือทำหนังสือถึงชุมชนเพื่อประกาศเสียงตามสาย

                   ๖.๔  เมื่อนักเรียนมีระดับคะแนนพฤติกรรมด้านบวกตั้งแต่  ๘๐ คะแนน  ทางโรงเรียนมอบเกียรติบัตรหรือโล่เกียรติยศให้กับนักเรียน         

          หมายเหตุ  ทุกกรณีที่ระดับคะแนนพฤติกรรมด้านบวกที่กล่าวมา  ต้องไม่มีคะแนนพฤติกรรมด้านลบมาเกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับคะแนน  ๑๕  ขึ้นไป 

๑๐. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ปกครอง

๑๐.๑                   ดูแลเด็กในปกครองของท่านแต่งกายให้ถูกระเบียบเดินทางไปโรงเรียน  ให้ทันเวลา หมั่นตักเตือนให้ตั้งใจ    ศึกษาเล่าเรียนโดยสม่ำเสมอประพฤติตามระเบียบวินัยของโรงเรียน

๑๐.๒  ต้องรับผิดชอบส่งเสียเรื่องการเงินให้พอใช้สอยในระหว่างการศึกษาเล่าเรียน  เช่น  การชำระค่าหน่วยการเรียนค่าเครื่องแต่งกาย  ฯลฯ

๑๐.๓                   ควบคุมดูแลการทำการบ้านของนักเรียน

๑๐.๔                   สอดส่องการไปกลับของนักเรียนว่าตรงไปตรงมาหรือไม่  ถ้านักเรียนกลับบ้านผิดปกติเสมอ ๆควรติดต่อโรงเรียนโดยเร็ว

๑๐.๕  อย่าให้เงินนักเรียนใช้จ่ายพุ่มเฟือยโดยเกินความจำเป็น

๑๐.๖  อย่าให้นักเรียนหยุดเรียนโดยไม่จำเป็น  จะทำให้การเรียนไม่ติดต่อกัน  ถ้าจำเป็นต้องหยุดเรียนด้วยเหตุจำเป็น  ผู้ปกครองต้องเซ็นชื่อรับรองในใบลาด้วยทุกครั้ง

๑๐.๗                   อย่าให้นักเรียนแต่งกายประดับของมีค่า  เช่น  แหวน  ไปโรงเรียนจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและอาจเกิดการเสียหายขึ้นในโรงเรียนได้

๑๐.๘                   ไม่อนุญาตนำโทรศัพท์มือถือมาใช้ที่โรงเรียน  ถ้ามีความจำเป็นให้นำมาฝากอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นครั้งคราวไป

๑๐.๙                   หากสังเกตว่าเด็กของท่านมีความผิดปกติทางการเรียน  หรือทางความประพฤติ  ทางสุขภาพ  โปรดติดต่อโรงเรียนด่วน  เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขโดยตรง

๑๐.๑๐  หากท่านไม่พึงประสงค์จะเป็นผู้ปกครองของนักเรียนต่อไป  โปรดแจ้งทางโรงเรียนได้ทราบ

๑๐.๑๑  ดูแลนักเรียนในปกครองไม่ให้ปกครองไปสักลวดลายลงผิวหนัง

๑๐.๑๒  ควบคุมดูแลนักเรียนไม่ให้มั่วสุม  เสพหรือจำหน่ายยาเสพติด

๑๐.๑๓  โปรดไปโรงเรียนตามนัด  ถ้าโรงเรียนมีหนังสือเชิญท่านไปพบเกี่ยวกับความประพฤติของนักเรียน  ถ้าท่านไม่มาโปรดแจ้งความจำเป็น   ให้ทางโรงเรียนทราบโดยด่วน  มิฉะนั้นทางโรงเรียนจะสั่งพักการเรียนนักเรียนในปกครองของท่าน ตั้งแต่วันกำหนดไปพบกับทางโรงเรียน

๑๐.๑๔                 โรงเรียนสามารถคัดชื่อนักเรียนออกได้ถ้าหากผู้ปกครองไม่มาติดต่อหลังจากที่ได้รับหนังสือเชิญเป็นฉบับที่  ๒

แบบใบลาของนักเรียน

 

เขียนที่.........................................

วันที่..........เดือน......................พ.ศ.............

เรียน   ครูที่ปรึกษาชั้น...........................

                   ด้วย  (ข้าพเจ้า,ดิฉัน,กระผม)..........................................................................................................

...............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

จึงขอหยุดเรียนมีกำหนด..................วัน   นับตั้งแต่วันที่..............เดือน................................

พ.ศ...................................ถึงวันที่........................เดือน........................................พ.ศ......................................

 

                                                                             ด้วยความเคารพอย่างสูง

...........................................................

(...........................................................)

                   ขอรับรองว่าข้อความในจดหมายของ............................................................................................เป็นความจริงทุกประการ

 

                                                          ลงชื่อ....................................................................ผู้ปกครอง

 

                   ความเห็นของครูที่ปรึกษา..............................................................................................................

...............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

                                                          ลงชื่อ..............................................................ครูที่ปรึกษา

  

๑๐.                        เครื่องหมายโรงเรียน

          ให้ปักอักษรย่อ  น.ผ.  บนอกเสื้อเบื้องขวา  ปักติดเนื้อผ้าในระดับแนวเหนืออกด้วยอักษรพิมพ์แบบธรรมดา    (ตามแบบของโรงเรียน)  ปักด้วยไหมสีน้ำเงินแก่  และปักชื่อนามสกุล  บนอกเสื้อด้านซ้ายโดยใช้ตัวหนังสือแบบพิมพ์ธรรมดาพองานสูงประมาณ  ๑  ซม.  บนชื่อนามสกุล  ปักดาว  ม.ต้น  ปักด้วยสีน้ำเงิน

๑๑. การรายงานถึงบ้าน

โรงเรียนจะรายงานเกี่ยวกับผลการเรียนเกี่ยวกับผลการเรียนความประพฤติ  และพัฒนาการด้านต่าง ๆ   ของนักเรียนถึงบ้านอย่างน้อยภาคเรียนละ ๑  ครั้ง  โดยครูที่ปรึกษาจะเป็นผู้ส่งรายงานไปให้ผู้ปกครองทราบ  และนำกลับคืนมาให้ครูที่ปรึกษา  นักเรียนที่ปิดบังการส่งรายงานหรือปิดพลิ้วในการรายงานจะถือว่า  ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบอาจได้รับโทษ  ผู้ปกครองที่มีปัญหาเกี่ยวกับเด็กในปกครองของท่าน  อาจสละเวลาไปพบครูที่ปรึกษาครูฝ่ายแนะแนว  รองผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการได้ทุกเวลาราชการ  ในการเขียนรายงานความเห็นทางบ้าน  ผู้ปกครองควรลงความเห็นด้วยตนเองตามข้อเท็จจริง  เพื่อโรงเรียนจะได้ทราบความจริงและมีโอกาสปรับปรุงแก้ไขเด็กของท่านได้ตามสมควร  (การรายงานไม่มีผลในการให้คะแนนหรือกรทบกระเทือนต่อผลการสอบของนักเรียนแต่ประการใด)

การลาหยุดการเล่าเรียน

ผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องการให้เด็กหยุดการเล่าเรียน  ผู้ปกครองต้องเขียนใบลาเป็นลายลักษณ์อักษรขอลาหยุดเรียน  ส่งครูที่ปรึกษา  (ตามแบบฟอร์มที่กำหนดให้ในหนังสือนี้)  ผู้ปกครองตองลงลายมือชื่อรับรองด้วย

 ระเบียบการแต่งกายของนักเรียน

เพื่อให้การแต่งกายของนักเรียนเป็นไปอย่างมีระเบียบและเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม  โรงเยนจึงกำหนดเครื่องแต่งกายของนักเรียนดังนี้คือ

การแต่งกายของนักเรียนชาย

          เสื้อ  แบบเสื้อเชิ้ตคอตั้งผ่าตลอดเป็นผ้าเนื้อขาวเกลี้ยงไม่บางจนเกิดไป  ไม่เป็นผ้าไหม  หรือผ้าแพร  มีสาบเสื้อกว้าง  ๔  เซนติเมตร  ไม่ใหญ่หรือคับจนเกิดไป  ใช้กระดุมสีขาวกลม  แขนเสื้ออยู่เหนือศอก  ๒-๔  เซนติเมตร  พอเหมาะกับขนดเสื้อ  เมื่อสวมเสื้อต้องสอดใส่ในกางเกงให้เรียบร้อยไม่ดึงชายเสื้อให้ย้อยลงมาทับเข็มขัด

          กางเกง  เป็นผ้ากากีไม่ซีดจนจางขาว  เป็นผ้าเสิร์ทหรือผ้าโทเรเท่านั้น  ขากางเกงสั้นเหนือพ้นเข่ากลางซะบ่าไม่เกิน  ๕  เซนติเมตร  เมื่อขณะยืนตรงส่วนกว้างของขากางเกงเมื่อยืนตรงห่างจากหน้าขาประมาณ  ๘-๑๒  เซนติเมตร  ปลายขาพับเข้าด้านในกว้าง  ๑  นิ้วครึ่ง  ส่วนหน้าใช้ซิบยาวมีกระเป๋าแนวตะเข็บข้างละ  ๑  กระเป๋า  ห้ามมีกระเป๋าหลัง  มีจีบหน้าข้างละ  ๒  จีบหันจีบออก  เมื่อเสื้อหรือกางเกงฉีกขาด  ให้ปะด้วยผ้าชนิดเดียวกันอย่างเรียบร้อยไม่นำวัสดุอื่นมาปะ

          เข็มขัด  เป็นเข็มขัดหนังสีน้ำตาลขนาดกว้าง  ๓-๔  เซนติเมตร  ตามส่วนขนาดตัวของนักเรียนไม่มีลวดลายใดๆ  ทั้งสิ้น  ใช้หัวเข็มขัดทองเหลืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหัวมนชนิดกลัดหัวมีปลอกหนังชนิดเดียวกับสายเข็มขัด  หรือ  ใช้หัวเข็มขัดลูกเสือไม่ขีดเขียนหรือติดสติ๊กเกอร์หรือสิ่งอื่นใดลงบนหนังเข็มขัด

          รองเท้า  รองเท้าหุ้มส้นชนิดผูก   หนังหรือผ้าใบสีน้ำตาลไม่มีลวดลาย  ใช้ประกอบกับถุงเท้าสีน้ำตาลไม่พับถุงเท้า  ห้ามใช้ถุงเท้าที่เป็นลูกฟูกหรือมีลวดลายเวลาสวมรองเท้าให้ร้อยหูให้ครบทุกหูและไม่ขีดเขียนหรือติดสิ่งอื่นใดบนรองเท้า

          ผม  ให้ไว้ผมทรงนักเยน  ด้านข้างตัดเกรียนทั้ง  ๓  ด้าน  ด้านบนและด้านหน้า  ไม่เกิน  ๔  เซนติเมตร  ไม่กันผมเป็นรูปทรง  ไม่ไว้หนวดเครา  ไม่เจาะหู  ไม่สักยันต์

          เครื่องประดับ ห้ามสวมเครื่องประดับทุกชนิด  ยกเว้นนาฬิกาดูเวลาแต่สายนาฬิกาต้องไม่มีลวดลาย  ถ้าเกิดสูญหายในโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี

 การแต่งกายของนักเรียนหญิง

          เสื้อ  เป็นผ้าเนื้อขาวเกลี้ยงไม่มีขีดจุดหรือดอกในเนื้อผ้า  ไม่บางจนเห็นเสื้อชั้นใน  ไม่ใช่ผ้าฝ้าย  ผ้าไหม  หรือผ้าแพร  แบบคอพับในตัวลึกพอสมควรสวมศีรษะได้  สาบตลบเข้าในกว้าง  ๓  เซนติเมตร  ส่วนบนของสาบให้ใหญ่พอแบะคอแล้วไม่เห็นตะเข็บในมีปกขนาด  ๑๐  ซม.  ใช้ผ้าสองชั้นเย็บแบบเข้าถ้ำ  แขนเสื้อยาวเหนือศอก  ๓-๕  ซม.  มีจีบยกที่ไหล่และจีบรัดที่แขน  ขอบแขนกว้าง  ๑๐-๑๒  ซม.  ใช้ผ้าสองชั้นเย็บแบบเข้าถ้ำ  แขขนเสื้อยาวเหนือศอก  ๓-๔  เซนติเมตร  คอเสื้อผูก ด้วยผ้าสีกรมท่า  (หูกระต่าย)  ชายขอบสามเหลี่ยมกว้าง  ๑๐-๑๕  เซนติเมตร  ยาว  ๑๐-๑๒  เซนติเมตร ผูกด้วยเงื่อนกะลาลี  ชายขอบเสื้อด่านล่างมีรอยพับไม่เกิน  ๓  เซนติเมตร  ขนาดตัวเสื้อให้เหมาะสมกับตัวริมของด่านล่าง  ด้านหน้าข้างขวามรกระเป๋าขนาดกว้าง  ๖-๑๐  เซนติเมตร  ยาว  ๘-๑๒  เซนติเมตร

          กระโปรง  กระโปรงสีกรมท่า  เนื้อเกลี้ยงไม่มีลวดลายด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นกลีบข้างละ  ๓  กลีบ  หันกลีบออก  กลีบลึก  ๒-๓  เซนติเมตร  เย็นทับบนกลีบขอบล่างลงมาระหว่าง  ๖-๑๒ เซนติเมตร  เว้นระยะกว้างตรงกลางพองาม  ชายกระโปรงบานตรงธรรมดาไม่แต่งให้ปลายกระโปรง  แคบหรือบานจนเกินไปและให้ชายกระโปรงคลุมเข่าลงมาประมาณ  ๑๐  เซนติเมตร

          ผม  ทรงผมเหมาะกับสภาพนักเรียน  ตัดปลายให้เสมอกันทั้งสองข้าง  ด้านข้างและด้านหลังให้ได้ระดับใบหูสองข้าง  ห้ามซอยหรือดัดหรือเป่าคลื่นไม่ย้อมผมเป็นสีอื่นนอกจากสีดำ  ไม่ยาวปะหน้าหรือยาวรุงรัง

          รองเท้า-ถุงเท้า  แบบหุ้มส้นปลายเท้าสีดำหัวมนชนิดมีสายรัดหลังส้นเท้าไม่เกิน  ๓  เซนติเมตร  ไม่มีลวดลาย  ถุงเท้าสีขาวพับเหนือข้อเท้า  (บริเวณตาตุ่ม)  ความกว้างประมาณ  ๒  นิ้ว

          เครื่องประดับ  หามสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด    ยกเว้นนาฬิกาดูเวลาแต่สายนาฬิกาต้องไม่มีลวดลาย  ถ้าเกิดสูญหายในโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบทุกกรณีใด  ๆ  ทั้งสิน  ให้นักเรียนเจาะหูได้ข้างละ  ๑  รู  ห้ามใส่ต่างหูที่เป็นแฟชั่น

         เครื่องหมายของโรงเรียน

          สำหรับนักเรียนประถม  ให้นักเรียนปักสัญลักษณ์โรงเรียนว่า  น.ผ.  ทางด้านขวา  ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงิน  ห้ามเขียนเอง  ทางด้านซ้ายมือเหนือกระเป๋าประมาณ  ๒  เซนติเมตร  ปักชื่อสกุล  ด้วยด้ายขนาด  ๑  เซนติเมตร 

ระเบียบว่าด้วยการทำความเคารพ

นอกห้องเรียน

๑.      นักเรียนต้องแสดงความเคารพต่อครูทุกท่าน

๒.     เมื่อนักเรียนเดินสวนกับครูให้อยู่ในระยะห่างพอประมาณ  นักเรียนยืนตรงและยกมือไหว้

๓.     ขึ้นลงบันไดสวนทางกันให้นักเรียนหยุดกับที่ให้ครูผ่านไปก่อนค่อยเดินไป

๔.     ขี่รถผ่านให้ก้มศีรษะ

๕.     ถ้านักเรียนแบกของหรือถือของให้ก้มศีรษะไม่ต้องยืนตรง

นอกบริเวณโรงเรียน

     ให้ปฏิบัติตามประเพณีนิยม  เมื่อพลครูให้แสดงความเคารพ  คือการยกมือไหว้และกล่าวทักทายปราศรัยด้วยคำสุภาพ

กรณีต่อไปนี้งดทำความเคารพคือ

๑.      ขณะอยู่ในแถว

๒.     ขณะรับประทานอาหาร

๓.     ขณะอยู่ในพิธีที่มีประธานพิธี

ระเบียบว่าด้วยการ  เข้า ออก  ห้องเรียนและโรงเรียน

๑.      การออกนอกห้องเรียน

-          ต้องขออนุญาตครูผู้สอนทุกครั้ง

-         เมื่อเสร็จธุระต้องแรงรีบเข้าห้องเรียนทันที

-         ไม่มีกิจจำเป็นห้ามออกนอกห้องเรียนโดยเด็ดขาด  โดยเฉพาะ  คาบที่  ๑,๒  ภาคเรียนเช้า  และคาบบ่ายที่  ๔,

๒.     การเข้าห้องเรียน

-          ต้องกล่าวคำว่า  ขออนุญาต  เมื่อครูอนุญาตจึงเข้าห้องเรียนได้

-         ในกรณีที่นักเรียนลาครูที่สอนแล้วกลับเข้าห้อง  ไม่ต้องกล่าวคำว่าขออนุญาตครูผู้สอนเคารพแทน

๓.      การออกนอกบริเวรโรงเรียน

-          การออกนอกบริเวณโรงเรียนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยการขออนุญาตครูผู้สอนหัวหน้าระดับ  หรือรองหัวหน้าระดับ  แล้วนำไปแจ้งกับยามหน้าประตูโรงเรียน

-         ต้องเขียนขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนตามแบบที่โรงเรียนกำหนดแล้วนำไปแจ้งยาม

ระเบียบการใช้อาคารสถานที่

          อาคารสถานที่ตลอดจนพัสดุทุกชิ้น  เป็นสมบัติของชาติและเป็นของส่วนรวมนักเรียนเป็นเจ้าของร่วมกันมีหน้าที่รักษาสมบัติเหล่านั้นอย่าให้ชำรุดสูญหาย  โรงเรียนได้วางวิธีการปฏิบัติไว้ดังนี้

๑.    ห้องเรียน

๑.๑  นอกเวลาเรียน  นักเรียนห้ามเข้า-ออก  ห้องเรียน  ถ้ามีความจำเป็นให้นักเรียนขออนุญาตครูที่ปรึกษาก่อน

๑.๒  นักเรียนต้องช่วยกันรักษาความสะอาด  ความเป็นระเบียบเรียบร้อย  และความสะอาดของห้องเรียนอยู่      เป็นนิจ

๑.๓  ขณะที่นักเรียนอยู่ในห้องเรียน  จะต้องรักษามารยาทของตัวเองให้เรียบร้อย  ไม่ส่งเสียงดังหรือลุกขึ้นเดินพลุกพล่าน  และห้ามเขียนกระดานหน้าชั้นเรียนเล่น

๑.๔  วัสดุทุกชิ้นภายในห้องเรียนต้องช่วยกันระมัดระวังรักษา  ไม่ให้หักพังหรือสูญหาย  ผู้ใดทำหักพังหรือสูญหาย  ต้องชดใช้ตามราคาท้องตลาดปัจจุบันหรือได้รับโทษ

๑.๕  ห้ามนำอาหารทุกชนิดเข้ามารับประทานในห้องเรียนโดยเด็ดขาด  ให้รับประทานอาหารในโรงอาหารเท่านั้น

๑.๖  ขณะที่อยู่ในห้องเรียน  ต้องตั้งใจเรียน  เชื่อฟังครูผู้สอน  หากสงสัยยกมือ  (ขวา)  ขึ้น  เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงถามได้  จะลุกจากที่นั่งต้องได้รับอนุญาตจากครูผ้สอนก่อนเสมอ

๒.   อาคารเรียน

๒.๑  ต้องรักษาความสะอาดทุกหลัง  ไม่ขูดขีด  เขียน  หรือทำสกปรก

๒.๒  เมื่อเข้าอาคารเรียน  ต้องไม่เดินเสียงดังหรือวิ่งดังหรือส่งเสียงดัง

๒.๓  ไม่นำอุปกรณ์ใดมาเล่นในอาคารเรียน

๓.   ห้องคอมพิวเตอร์

๓.๑  เดินแถวเข้าเรียนในห้องคอมพิวเตอร์  เมื่อถึงเวลาเรียนในชั้นเรียน  การขอเข้าเรียนเวลาพิเศษต้องขออนุญาตครูผู้สอนทุกครั้ง

๓.๒  ต้องช่วยกันรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ทุกชนิด  ทุกชิ้น  อย่าให้ชำรุดสูญหาย  เมื่อใช้แลวรักษาความสะอาดและเก็บเข้าที่เดิมให้เรียบร้อย

๓.๓  ระมัดระวัง  การใช้เครื่องมือกลไก  ขณะปฏิบัติงานอาจพลาดพลั้งถึงพิการ

๓.๔  ไม่หยิบฉวยวัสดุหรือเครื่องมือทุกชนิดเป็นของตน  อาจมีโทษถึงให้ออกได้

๔.   ส้วม

๔.๑  อย่าทิ้งสิ่งของที่ไม่ควรทิ้งลงในท่อส้วม  เพราะอาจจะทำให้ส้วมตันและแก้ไขยากโดยเฉพาะนักเรียนหญิง  ให้ทิ้งลงในภาชนะที่จัดไว้ในห้องส้วมแต่ละห้อง

๔.๒  ห้ามขีดเขียนข้อความใด ๆ ตามผนังส้วม

๔.๓  เมื่อถ่ายแล้วควรลาดน้ำลงโถให้สะอาดทุกครั้ง

๔.๔  หากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ส้วม  โปรดแจ้งให้หัวหน้าฝ่ายอาคารสถานที่

 

 

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘

………………………………………..

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๖๕  แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้

ข้อที่ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน และนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘

ข้อที่ ๒  ระเบียบให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อที่ ๓  ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อที่ ๔  ในระเบียบนี้

ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา”  หมายความว่า  ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ หรือหัวหน้าของโรงเรียน หรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น

กระทำความผิด”  หมายความว่า  การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการหรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา

การลงโทษ”  หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

ข้อที่ ๕  โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี ๔ สถาน ดังนี้

๑. ว่ากล่าวตักเตือน

๒. ทำทัณฑ์บน

๓. ตัดคะแนนความประพฤติ

๔. ทำกิจกรรมเพื่อให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ข้อที่ ๖  ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง  หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย

          การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับประพฤติตนในทางที่ดีต่อไปให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน

ข้อที่ ๗  การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณี นักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

ข้อที่ ๘  การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บน ให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย

ข้อที่  ๙  การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิวัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้

เป็นหลักฐาน

ข้อที่  ๑๐  ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

          การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ข้อที่  ๑๑  ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

 

ประกาศ ณ วันที่  ๑๘  มกราคม  พ.ศ. ๒๕๔๘

                                                           

 (อดิศัย  โพธารามิก)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

  

กฎกระทรวง

กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา

.. ๒๕๔๘

------------------------------------------------

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก

.. ๒๕๔๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ นักเรียนและนักศึกษาต้องไม่ประพฤติตน ดังต่อไปนี้

() หนีเรียนหรือออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาเรียน

() เล่นการพนัน จัดให้มีการเล่นการพนัน หรือมั่วสุมในวงการพนัน

() พกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิด

() ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติด

() ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ หรือบังคับขืนใจเพื่อเอาทรัพย์บุคคลอื่น

() ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เตรียมการหรือกระทำการใด ๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

() แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ

() เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี

() ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืน เพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่ม อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

ข้อ ๒ ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษากำหนดระเบียบว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและ

นักศึกษาได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.. ๒๕๔๘

                                                           

(นายจาตุรนต์ ฉายแสง)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

  

 

ด้านโภชนาการ

ระเบียบการใช้โรงอาหาร

๑.  นักเรียนรับประทานอาหารตามเวลาที่กำหนด  ช่วงกลางวัน  เวลา ๑๑.๓๐ ๑๒.๓๐ น.

.นักเรียน เข้าแถว รับอาหารตามลำดับก่อนหลัง

. นักเรียนทุกคนต้อง มีระเบียบวินัย กิริยาวาจาและวัฒนธรรมที่ดีในการรับ

ประทานอาหารและไม่เล่นหรือส่งเสียงดังในบริเวณโรงอาหาร

. นักเรียนช่วยกันรักษาความสะอาดในบริเวณโรงอาหาร

โรงอาหารและเครื่องใช้ในโรงอาหารเป็นของใช้ร่วมกันนักเรียนต้องช่วยกันดูแลรักษา ห้ามนำภาชนะทุกชนิดออกนอกโรงอาหาร

. หลังรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วให้เก็บพาชนะไปยังจุดที่กำหนด 

 การประกันอุบัติเหตุ

๑.นักเรียนชำระเงินค่าประกันอุบัติเหตุ ประมาณคนละ ๑๕๐ บาท/ปีการศึกษา
ผลประโยชน์ที่จะได้รับ
 

*หมายเหตุ* ๑. การขอรับผลประโยชน์ในกรณีเบิกค่ารักษาพยาบาลในข้อ ๓,๔และ ๕ ให้เลือกใช้ข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น
                 ๒.ผู้รับผลประโยชน์ กรณีเสียชีวิต/ทุพลภาพ/สูญเสียอวัยวะ คือ บิดามารดาเป็นอันดับแรก

ข้อควรปฏิบัติในการเบิกเงิน
          ๑. ถ้าได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ตามนิยามในกรมธรรม์ ให้ส่งเอกสาร ดังนี้
                   ๑.๑  ใบรับรองแพทย์
                        ๑.๒  ใบเสร็จรับเงิน
          ๒.ถ้าเสียชีวิติจากอุบัติเหตุ (เสียชีวิต/ทุพลภาพ/สูญเสียอวัยวะ)
                   ๒.๑ สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ
                   ๒.๒สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
                   ๒.๓หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล
                   ๒.๔สำเนาใบมรณะบัตร(รับรองสำเนาถูกต้อง)
                   ๒.๕สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียชีวิต(รับรองสำเนาถูกต้อง) เช่น บัตรประชาชน
                   ๒.๖สำเนาทะเบียนบ้านผู้เสียชีวิต (ระบุคำว่า ตาย ) (รับรองสำเนาถูกต้อง)
                   ๒.๗สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับผลประโยชน์ (บิดา มารดา) (รับรองสำเนาถูกต้อง)
                   ๒.๘สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ได้รับผลประโยชน์ (บิดา มารดา) (รับรองสำเนาถูกต้อง)
                   ๒.๙ทะเบียนสมรสของผู้รับผลประโยชน์  (บิดา มารดา) (รับรองสำเนาถูกต้อง)
          ๓.ถ้าสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพลภาพ ตามคำนิยามในกรมธรรม์ ส่งเอกสารดังนี้
                   ๓.๑ใบรับรองแพทย์(ที่ระบุชัดเจนว่าสูญเสียอวัยวะไป/ทุพลภาพถาวรสิ้นเชิง
                   ๓.๒ภาพถ่าย
                   ๓.๓หลักฐานการรักษา เช่น ฟิล์ม
X-RAY ประวัติคนไข้
                   ๓.๔สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ
                   ๓.๕สำเนาบัตรประจำตัวผู้สูญเสียอวัยวะ(รับรองสำเนาถูกต้อง) เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองของสถานศึกษาออกให้
                   ๓.๖สำเนาบัตรประจำตัว และสำเนาทะเบียนบ้าน ของมารดาหรือบิดาโดยชอบด้านกฎหมาย(รับรองสำเนาถูกต้อง)

 ระเบียบและมารยาทในการใช้ห้องสมุด

          ห้องสมุดเป็น ศูนย์กลางการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ เป็นหน่วยงานบริการ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้รับบริการ ห้องสมุดจึงต้องมีระเบียบ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติ อันจะทำให้เกิดความเสมอภาค ในขณะเดียวกัน ผู้รับบริการก็จะต้องมีมารยาท ให้เกียรติแก่สถานที่ด้วย มารยาทในการใช้ห้องสมุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าใช้บริการ เพื่อให้บรรยากาศในห้องสมุดมีความเรียบร้อยน่าเข้าใช้บริการ ความหมายของระเบียบและมารยาทการใช้ห้องสมุด สรุปได้ดังนี้

          ระเบียบ หมายถึง ข้อบังคับที่จะให้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้สังคมอยู่อย่างสงบสุขและเป็น ธรรม ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับโทษ

          มารยาท หมายถึง ข้อพึงปฏิบัติ โดยเกิดจากสำนึกรู้จักการควรไม่ควรของผู้นั้นเอง

          ระเบียบและมารยาทการใช้ห้องสมุด หมายถึง ข้อบังคับที่จะให้ปฏิบัติหรือข้อพึงปฏิบัติ โดยเกิดจากจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติตนของผู้ใช้บริการ เพื่อความสงบเรียบร้อยเมื่อเข้าใช้บริการห้องสมุด 

ห้องสมุดโรงเรียนบ้านซับมะนาว  มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานคือ  เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของ          การจัดการรวบรวม  การเก็บรักษา  และเผยแพร่หนังสือ  วารสาร  หนังสือพิมพ์  ตลอดจนเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ     ที่สอดคล้องกับการเรียนการสอน  เพื่อสนองความต้องการของ ครู นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ทรัพยากรห้องสมุดได้มาจากการจัดซื้อ  จัดหา  และรับบริจาค 

 ผู้มีสิทธิ์ใช้บริการห้องสมุด

๑.     นักเรียน

๒.     ครู อาจารย์

๓.      เจ้าหน้าที่ นักการภารโรง

๔.     ผู้ปกครองและชุมชน 

กำหนดเวลาเปิดบริการ

          วันจันทร์ วันศุกร์  เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา  ๘.๐๐ ๑๖.๐๐

          วันเสาร์ วันอาทิตย์  และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดบริการ

 

Comments